Our Blog

Published on
Translated from an article originally posted by:
Brian Sutter
Director of Marketing at Wasp Barcode
Brian Sutter is the Director of Marketing at Wasp, responsible for the development and execution of the company’s marketing strategy. His role encompasses brand management, direct and channel marketing, public relations, advertising, and social media. He also writes and speaks on topics related to helping small business owners grow their business and improve operational efficiency.
เป็นเวลากว่า 40 ปี ที่บาร์โค้ดช่วยเพิ่มความสะดวก และลดเวลารอคอยในช่องชำระเงินตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งปัจจุบันนี้ บาร์โค้ดสามารถใช้งานได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อนำมารวมกับโปรแกรมบริหารจัดการสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory Management Software)

ไม่สำคัญว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก การนำบาร์โค้ดมาใช้กับระบบสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory) สามารถช่วยให้องค์กรธุรกิจดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องเที่ยงตรง และเชื่อถือได้มากขึ้น  โดยในปี 2016 เอกสาร Wasp Barcode Small Business Report ระบุว่า 43% ของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเชื่อว่าการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าปัจจุบัน และการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ คือวิธีเพิ่มผลกำไรที่ดีที่สุด ซึ่งระบบสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory) ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญแต่กลับเป็นเรื่องยากที่จะตรวจติดตามสำหรับทุกภาคธุรกิจ

เราสามารถสร้างระบบบาร์โค้ดในรูปแบบเฉพาะเจาะจง ที่ใคร ๆ สามารถเข้าใจและใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วในเวลาไม่กี่นาที โดยมีเครื่องพิมพ์ป้ายฉลากให้เลือกหลายแบบขึ้นกับขนาดของป้ายและจำนวนที่ต้องพิมพ์ ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ เครื่องพิมพ์แบบตั้งโต๊ะ ที่เหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory) ที่มีจำนวนไม่มาก และ เครื่องพิมพ์แบบอุตสาหกรรม ที่เหมาะกับการพิมพ์ป้ายในปริมาณมาก ๆ

นอกจากนี้ยังมีหมึกพิมพ์ให้เลือกใช้หลายแบบทั้งแบบมาตรฐาน แบบทนทานพิเศษ และแบบทนความร้อน ซึ่งการเลือกหมึกพิมพ์ที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกชนิดและขนาดป้ายฉลากที่เหมาะสมจะช่วยให้ต้นทุนการทำป้ายฉลากอยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินจำเป็น และเมื่อมีการทำบาร์โค้ดให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว ผู้ใช้งานก็สามารถติดตามผลิตภัณฑ์นั้นได้อย่างง่ายดาย

การเพิ่มรายการสิ่งของเข้าในระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory management system) สามารถทำได้ง่ายด้วยการอ่านบาร์โค้ด ซึ่งปัจจุบัน ทั้งโทรศัพท์แบบ Smartphone คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Mobile computer) และเครื่องอ่านแบบมือถือ (Handheld scanner) ต่างมีความสามารถในการเข้าถึงฐานข้อมูลของระบบสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของผ่านการอ่านบาร์โค้ดได้โดยตรงจากสถิติพบว่า 67% ของคลังสินค้าทั้งหมดต่างใช้อุปกรณ์พกพาในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ โดยเฉพาะโทรศัพท์แบบ Smartphone ที่ปัจจุบันมีบทบาทมากขึ้น ด้วยการพัฒนาโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดบนโทรศัพท์ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ด รวมถึงมีความสามารถเข้าถึงข้อมูลเปรียบเทียบด้านราคา และบทวิจารณ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย
Picture
การใช้บาร์โค้ดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความถูกต้องในการปฏิบัติงานด้านการขนส่งสินค้า อีกทั้งยังช่วยให้ผู้รับผิดชอบการขนส่งตรวจสอบข้อมูลได้ ด้วยเหตุที่การซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มีแนวโน้มสูงมากขึ้น การขนส่งสินค้าตรงถึงมือผู้รับที่หน้าประตูจึงกลายเป็นเรื่องปกติ โดยสถิติพบว่ามีเพียง 15%  เท่านั้นที่จะมารับยังสถานที่ขายหรือคลังสินค้า ดังนั้นหากสินค้าคงคลังเพิ่มมากขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลังหรือบัญชีสิ่งของ (Inventory management system) ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
            การใช้ระบบลงบันทึกด้วยมือแบบเดิมเพื่อติดตามสินค้า รวมถึงตรวจสอบว่าสินค้าได้ส่งไปถูกที่ตามกรอบกำหนดเวลาหรือไม่นั้นเป็นเรื่องกินเวลาอย่างมาก ซึ่งหากนำระบบบาร์โค้ดเข้ามาช่วยจะทำให้สามารถลดเวลาติดตามและลดเวลาปฏิบัติงานลงได้มาก ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาให้กับการปรับปรุงบริการให้ดีมากขึ้น และปรับปรุงการทำงานในส่วนอื่น ๆ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้นตามไปด้วย
ความผิดพลาดของมนุษย์ในการตรวจนับสินค้าคงคลังตามรอบ ส่งผลให้การตรวจนับเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น หากสามารถลดความผิดพลาดนี้ได้ การดำเนินงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งระบบบาร์โค้ดจะช่วยแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่ามีสิ่งของใดถูกเบิกจ่ายหรือส่งไปแล้ว สูญหาย หรือถูกส่งกลับคืน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดการสั่งซื้อที่ไม่จำเป็น หรือลดปัญหาของขาดได้
นอกจากนี้ระบบบาร์โค้ดยังมีความสามารถในการตรวจติดตาม ผ่านโปรแกรมตรวจติดตามสินค้าคงคลัง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรงผู้ใช้งานสามารถทราบได้ทันทีว่ามีสินค้าถูกส่งออกและรับเข้าเป็นจำนวนเท่าใด เมื่อใด และอยู่ที่ไหน เป็นการช่วยลดปัญหาของหายและลดปัญหาการหาของไม่พบ
เทคโนโลยีบาร์โค้ดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 40 ปี และถูกนำมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจมากขึ้น นับตั้งแต่การตรวจติดตามสินค้าคงคลังไปจนถึงการติดตามความสามารถในการผลิตผ่านดัชนีชี้วัด นั้นแสดงให้เห็นว่า บาร์โค้ดสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายตามต้องการ ซึ่งมีส่วนช่วยให้องค์กรของท่านมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งรายอื่น ๆ
ที่มา http://www.waspbarcode.co.uk/blog/what-are-the-benefits-of-barcodes/?
For further information please visit us at our CONTACT page.
Published on
Picture
ทุกบริษัทต่างมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ทั้งด้านการเงิน บุคลากร และเวลา ดังนั้น เมื่อมีการลงทุนในระบบโปรแกรมใหม่ ๆ เกือบทุกบริษัทให้ความสำคัญไปที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปของตัวเงิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเป็นวิธีที่คิดคำนวณได้ง่าย แท้จริงแล้วยังมีอีกสองปัจจัยที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนในระบบโปรแกรมใหม่ ๆ นั้นคือ การลดเวลาทำงาน และการเพิ่มความสามารถในการผลิต

ซึ่งทั้งการลดเวลาทำงานและการเพิ่มความสามารถในการผลิต ก็สามารถแสดงผลในเชิงตัวเลขให้เห็นได้  และบ่อยครั้งที่ถูกคำนวณให้อยู่ในรูปตัวเลขทางการเงิน  แต่หากมองในมุมที่ต่างไป  การลดเวลาทำงานอาจหมายถึง การมีเวลาที่จะให้บุคคลากรได้พัฒนาความรู้ทักษะความสามารถในด้านอื่นๆ นอกจากนี้ หากมองในมุมที่ต่างออกไป การเพิ่มความสามารถในการผลิตอาจหมายถึง การตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสเหนือคู่แข่งและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า 

การพัฒนาความรู้ทักษะความสามารถ การเพิ่มโอกาสเหนือคู่แข่งและการเพิ่มความพึงพอใจ คงไม่สามารถคิดคำนวณให้อยู่ในรูปตัวเลขทางการเงินได้ แต่สิ่งเหล่านี้กลับเป็นประโยชน์ต่อองค์กรอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่สี่ที่ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกันนั้นคือ การสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายหรือข้อกำหนดของระบบคุณภาพ ISO

หากองค์กรของท่านไม่สามารถแสดงข้อมูลหรือรายงานที่ถูกต้องให้แก่ผู้ตรวจสอบภาครัฐหรือผู้ตรวจสอบของระบบคุณภาพได้ จนเป็นเหตุให้ถูกพักหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาติหรือใบรับรอง ผลที่ตามมาคือการสูญเสียชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่สามารถคิดคำนวณในรูปตัวเลขทางการเงิน แต่ส่งผลกระทบด้านลบต่อองค์กรอย่างมาก

ในการทำงานที่ข้อกำหนดทางกฎหมายหรือข้อกำหนดของระบบคุณภาพ ISO เป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนากระบวนการที่สนับสนุนข้อมูลแก่ข้อกำหนดเหล่านั้นคือสิ่งจำเป็น ซึ่งมีตัวอย่างการใช้โปรแกรมการจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset Management Program) ที่มีส่วนช่วยให้เห็นผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างจากผู้ใช้งานจริง: การลดเวลาทำงาน และปรับปรุงการทำงานในแผนกวิศวกรรมของโรงพยาบาล
Royal Melbourne Hospital รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยวิกฤติทั่วทั้ง Melbourne โดยที่แผนกวิศวกรรมรับหน้าที่ซ่อมแซม ดูแลรักษา และทดสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งมีสินทรัพย์มากกว่า10,000 รายการที่ต้องดูแล และส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์พกพา ที่มีการขอใช้ในหลากหลายแผนกทั่วทั้งโรงพยาบาล

ปัญหาที่พบ:
  • มีฐานข้อมูลรายการสิ่งของ แต่มักค้นหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ เพราะข้อจำกัดในการค้นหาหรือการใส่ข้อมูลรายละเอียดผิด
  • ระบบใบสั่งงานที่เป็นเอกสาร ใส่ข้อมูลการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงด้วยมือ
  • ไม่สามารถกำหนดแผนซ่อมบำรุงที่แน่นอนได้
  • ไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของงานซ่อมบำรุงได้
  • อุปกรณ์มักวางบนชั้นเก็บเพื่อรอการซ่อมบำรุง
  • ไม่มีรายงานที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันตามที่กำหนดไว้ในระบบคุณภาพ ISO9001

ผลลัพธ์หลังการใช้โปรแกรม Hardcat:
  • แก้ปัญหาการค้นหาของไม่พบ ด้วยการลดความผิดพลาดจากการใส่ข้อมูล ทั้งการใส่ข้อมูลผิดช่อง การสะกดผิด การเรียกชื่อที่ต่างกัน
  • วางแผนซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะรู้ว่าของอยู่ที่ไหน รู้ลำดับความสำคัญว่าต้องซ่อมรายการใดก่อน
  • จัดทำรายงานอัตโนมัติ และเป็นปัจจุบัน
  • มีกระบวนการควบคุมและบันทึกสถานะในทุกขั้นตอน กล่าวคือ หากไม่สามารถซ่อมบำรุงได้เสร็จในกรอบกำหนด ผู้รับช่วงต่อสามารถรับงานและรู้ได้ทันทีว่าทำค้างอยู่ในขั้นตอนใดและต้องทำสิ่งใดต่อ 
  • อุปกรณ์ทั้งหมดได้รับการลงบันทึกว่าปัจจุบันอยู่ ณ สถานที่ใด สภาพเป็นอย่างไร
  • รู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับอุปกรณ์นั้น ๆ ทั้งศูนย์ต้นทุน (cost center) ระยะเวลาและค่าแรงในการซ่อม ค่าอะไหล่ ทำให้สามารถวางงบประมาณการซ่อมบำรุงได้
Picture
ข้อมูลจาก  http://www.hardcat.com/royal-melbourne-hospital

​Brochure: http://hardcat.com/wp-content/uploads/brochure-hardcat-audit-services.pdf
 White Paper on ROI: http://hardcat.com/wp-content/uploads/brochure-hardcat-roi-whitepaper-v3.pdf
 หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset management software) กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
Published on
Picture

Photo Credit www.hardcat.com

หากท่านประสบปัญหาการตรวจนับสินทรัพย์ทุก ๆ ปี โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset management software) สามารถช่วยขจัดปัญหาให้ท่านได้ เพราะว่า
เป็นระบบอัตโนมัติโปรแกรม Hardcat ช่วยลดกระบวนการป้อนข้อมูลด้วยมือทำให้การบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset management) และสินค้าคงคลังสะดวกมากขึ้น ลดขั้นตอนเอกสาร และลดการทำงานซ้ำซ้อน ด้วยระบบการเตือนแบบอัตโนมัติ การออกเอกสารใบสั่งงาน การสื่อสารและนำเสนอรูปแบบรายงานที่เข้าใจได้ง่าย
เข้าถึงได้ทุกที่ด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือ ที่ทำงานผ่านหน้าต่างโปรแกรมคำสั่งที่เข้าใจได้ง่าย ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงพื้นที่จริงเพื่อ ค้นหา แก้ไขปรับเปลี่ยนข้อมูลให้ทันสมัย และรายงานข้อมูล ในแบบ ณ เวลาปัจจุบันได้ทันที
ปรับแต่งตามการใช้งานได้โปรแกรมปรับตั้งการใช้งานตามแบบที่ต้องการได้ง่าย สามารถกำหนดคำสั่งการรับข้อมูลได้เอง หรือเลือกรูปแบบตามที่เห็นเหมาะสมกับองค์กร กล่าวคือ ต้องการโปรแกรมในรูปแบบเฉพาะตามที่กำหนดนอกเหนือจากรูปแบบมาตรฐาน
เชื่อถือได้การบันทึกข้อมูลสินทรัพย์ที่ถูกต้องช่วยให้องค์กรบริหารจัดการสินทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการจัดการควบคุม การตรวจสอบ การดูแล สินทรัพย์ที่มีมูลค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างคุ้มค่า
ความสามารถของโปรแกรม
การจัดเก็บข้อมูลสินทรัพย์และตรวจสอบด้วยการทำงานผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือและการสื่อสารแบบไร้สาย ทำให้การตรวจสอบทางบัญชีที่ ณ พื้นที่จริง เป็นเรื่องสะดวกและง่ายดาย มีประสิทธิภาพ ที่สามารถปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ทันที  จึงมีข้อมูลรอพร้อมที่จะนำไปวิเคราะห์ต่อได้หากต้องการ​.

Photo Credit: www.hardcat.com


รูปแบบป้ายที่หลากหลายเพื่อให้การตรวจสอบทางบัญชี การบันทึกการจ่ายและรับคืนสินทรัพย์มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง โปรแกรมจึงออกแบบให้สามารถอ่านข้อมูลสำคัญได้ทั้งจาก บาร์โค้ด (Barcodes) คิวอาร์โค้ด ( QR code) ดาต้าเมทริก RFID และ NFC
รูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายใช้ประโยชน์ได้จริง
โปรแกรมมีรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายใช้ประโยชน์ได้จริง ผู้ใช้งานสามารถกำหนดรูปแบบรายงานตามที่ต้องการและตั้งการเตือนอัตโนมัติได้ ซึ่งโปรแกรมมีรูปแบบรายงานมาตรฐานมากกว่า 200 แบบให้เลือกใช้งาน พร้อมทั้งสามารถกำหนดให้แสดงในรูปแบบ PDF, Excel, แผงหน้าปัดแสดงข้อมูล (dashboard) หรือผ่าน Email ได้ ทำให้การควบคุมจัดการสะดวกมากยิ่งขึ้น​
หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset Management software) กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
Published on
Picture
Pryor ได้นำเสนอระบบการทำเลขรหัสลงบนแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลง (Tamper proof adhesive material) ด้วยแสงเลเซอร์ (Laser Marking) ที่ให้คุณภาพความคมชัดความสวยงาม และความสะดวกรวดเร็ว
ระบบนี้ได้ถูกนำไปใช้ในกลุ่มผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ชั้นนำที่ต้องการระบุอัตลักษณ์ตัวตนในรูปแบบเฉพาะ ที่ต้องการสร้างความแตกต่างจากค่ายอื่นๆ ด้วยแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงคุณภาพสูง
ระบบนี้มีข้อดี คือ
1.    ให้คุณภาพความคมชัดและความสวยงาม ในสายการผลิตที่ลูกค้าเน้นความสวยงามและเป็นเลิศ
2.    สะดวก รวดเร็ว สามารถผลิตแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงได้ตามกำหนดระยะเวลาการผลิตที่ได้กำหนดไว้
3.    รับข้อมูลจากฐานข้อมูลภายนอก ผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด หรือระบบเครือข่ายการสื่อสาร จึงช่วยลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลผ่านผู้ปฏิบัติงาน
Picture
ข้อมูลด้านเทคนิค
1.    แสงเลเซอร์แบบ 20W Pro laser ที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ได้บนวัสดุทั้งสองแบบ
2.    สามารถยิงแสงเลเซอร์ตัดขอบแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงได้ทันที จึงไม่ต้องมีกระบวนการตัดแผ่นป้ายฉลากเพิ่มเติม
3.    เมื่อใช้แผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงชนิด Acrylic สองชั้น เฉพาะผิวสีดำชั้นแรกบนแผ่นป้ายฉลากเท่านั้นที่จะถูกกัดออกด้วยแสงเลเซอร์
4.    โครงครอบเครื่องปิดมิดชิด ป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์ขณะทำงาน
5.    ยิงอ่านข้อมูลที่ต้องการมาร์คจากบาร์โค้ดได้
6.    ออกแบบระบบจับยึดชิ้นงานช่วยให้การวางแผ่นป้ายโลหะตรงตามตำแหน่งตามที่ต้องการทุกครั้ง
กล่าวได้ว่า ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้มีการป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์ขณะทำงาน ให้ความสะดวก รวดเร็ว ด้วยคุณภาพความคมชัดและความสวยงาม แต่มีความยืดหยุ่นจึงมาร์ควัสดุได้หลากหลายในเวลาที่เท่ากัน
Picture
หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการสร้างอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
For further information please visit CONTACT page​
Published on
Picture

เลขรหัสรถยนต์ (Vehicle Identification Numbers หรือ VIN)  คือการทำอัตลักษณ์ลงบนชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ โครงเพลา (Chassis) และเครื่องยนต์ ซึ่งระบบที่นิยมในปัจจุบันคือระบบขูด (Scribe marking) เพราะมีเสียงที่เงียบกว่าระบบตอก ตัวเลขตัวอักษรที่สร้างเป็นเส้นต่อเนื่องสวยงามกว่าดูง่ายกว่า
Pryor รับออกแบบระบบตามที่ลูกค้าร้องขอ ด้วยการรวมเครื่องขูด (Scribe marking) แบบมาตรฐานเข้ากับระบบจับยึด (Fixture/clamping) ที่สามารถดึงข้อมูลตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ผ่านฐานข้อมูลภายนอก หรือผ่าน PLC เพื่อลดวามผิดพลาดของพนักงานได้ด้วย
ด้วยประสบการณ์ของ Pryor ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการจะได้รับความพึงพอใจสูงสุด นอกจากนี้ Pryor ยังสามารถออกแบบให้ควบรวมระบบกล้องตรวจสอบเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพการมาร์ค ความถูกต้อง และเก็บข้อมูล ก่อนส่งชิ้นงานไปสู่ขั้นตอนการผลิตหรือการประกอบถัดไป
การทำตัวเลขรหัสรถยนต์ด้วยระบบนี้มีข้อดี ดังนี้  
1.     มีการตรวจสอบ 100% จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีชิ้นงานที่ไม่สมบูรณ์เล็ดลอดจากสายการผลิตไปได้
2.     เสียงไม่ดังขณะทำงาน
3.     ลดความผิดพลาดของพนักงานควบคุมเครื่องด้วยการออกแบบระบบการมาร์คแบบอัตโนมัติ และตรวจสอบความถูกต้องแบบอัตโนมัติ
4.     ออกแบบให้จับยึดด้วยคันบังคับแบบสองมือเพื่อลดอันตรายในขณะจับยึด
ข้อมูลด้านเทคนิค
1.     ระบบจอสัมผัส เชื่อมต่อแบบ HDMI พร้อมระบบป้องกันหน้าจอ
2.     ใช้เทคโนโลยีแบบขูด (Scribe technology) ทำงานได้เงียบกว่า ตัวเลขตัวอักษรเป็นเส้นต่อเนื่องสวยงามกว่าดูง่ายกว่า
3.     บริหารการทำงานของเข็มมาร์คด้วยลม ทำให้ได้ทั้งความลึกและความสม่ำเสมอ
4.     บริหารกลไกระบบจับยึด (clamping) ด้วยลม
5.     ระบบกล้องตรวจสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพการมาร์ค ความถูกต้อง และเก็บข้อมูล
6.     สื่อสารผ่านระบบเครือข่ายเพื่อรับข้อมูลตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์)
7.     ระบบเซ็นเซอร์ตรวจสอบตำแหน่ง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก่อนทำการจับยึด (clamping)
8.     เวลาที่ใช้ในการทำงานนับตั้งแต่ การจับยึด การขูดมาร์ค และการปลดเครื่องมาร์คออก กินเวลาน้อยกว่า 1 นาที
อย่างไรก็ตาม การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยระบบขูด (Scribe marking) นี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ
1.     รูปแบบและวิธีการจับยึด เพราะการจับยึดที่ไม่มั่นคงจะส่งผลให้คุณภาพการมาร์คลดลงอย่างมาก
2.     พื้นผิวของชิ้นงาน พื้นผิวที่ขรุขระไม่เรียบ ความชัดเจนของตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) จะสู้พื้นผิวที่เรียบไม่ได้ และอาจต้องเพิ่มแรงขูดมากกว่าปกติ
3.     หากชิ้นงานที่จะมาร์คมีหลายรุ่น และมีรูปลักษณ์แตกต่างกัน ระบบจับยึด (clamping) อาจไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกรุ่น สาเหตุจากข้อจำกัดของพื้นที่ ตำแหน่ง และจุดจับยึดบนชิ้นงานที่ต่างกัน
ในท้ายที่สุดนี้ ระบบขูด (Scribe marking) ยังคงได้รับความนิยมด้วยข้อดีที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งความเร็ว ความเงียบ ความสวยงาม
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงมีการคิดค้นการทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งสามารถอ่านได้จากบทความ   “Laser VIN Marking: การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์”
​
Published on
Traceability Solutions Asia is pleased to represent Pryor Marking Technology in Thailand.
Picture
Picture
Traceability Solutions Asia (TSA) offers our customers in Thailand traditional and innovative marking, identification and traceability solutions from Pryor Marking Technology, the trading name of Edward Pryor and Son Ltd. Founded in 1849 in Sheffield, UK, a hub of manufacturing and the birthplace of stainless steel, the company’s success is built on providing solutions for all manufacturing industries, with extensive expertise in aerospace and automotive standards.

Pryor has grown to become a single source supplier, offering a complete portfolio of solutions for permanent part marking; ranging from a simple hand stamp through to turnkey, bespoke designed systems with multi-axis computer-controlled marking heads, machine vision and traceability software.
Solutions include: Dot, Scribe and Laser marking products.

AUTOMOTIVE MARKING & TRACEABILITY
High speed laser and dot marking are ideal for identification and tracking of OEM, tier 1 and tier 2 supplied components.
Serial numbers, Barcodes and Data Matrix can all be marked and quality controlled automatically from a broad range of data inputs.
Different solutions can be applied to marking steel, aluminium, plastic, specialised metals and coated parts.
With a team of mechanical, electrical and software engineers in-house, Pryor specialises in developing turnkey, automated solutions without the need for third party machine builders.

VISION CONTROL
Pryor’s expertise in vision systems is unmatched in the marking industry. Their own range of vision products can be used to automatically place marks and guide robotic and automated solutions.
Operator and system errors can be removed from the marking process by verifying the location and quality of every mark.
CCTV and still image logs are all stored against each component for full quality control, traceability and process improvement.
VIN MARKING
Pryor’s custom solutions for chassis, engine and gearbox marking cover all technologies. Dot marking, scribe engraving and deep laser marking are all in use in high volume lines. Systems can be stand-alone, with customised operator HMI or fully PLC integrated.
Robotic systems provide full flexibility of product and mark location, with no product specific tooling required
Deep laser marking provides non-contact, low noise and high definition marking
Stand-alone systems require minimal operator input and can be portable, mounted on a manipulator, or used off-line. Can be integrated with and triggered by a full range of data inputs including PLCs, SQL databases, Printed Barcodes and RFID tags
LASER MARKING
The range of laser marking products can be used for batch or production line applications. Laser marking can be done “on the fly” as parts move along a production line.
For further information please visit us at CONTACT page.​
Published on
Pryor’s customer required a bespoke solution for scribing a unique number onto a large vehicle chassis. A solution was designed by integrating standard Pryor marking equipment into a custom fixture and clamping device, suitable for marking two chassis variants. The scribing head of the unit has a mounted camera for mark verification and inspection.
  • 100% vision inspection, zero quality escapes
  • Low noise in the factory environment
  • Eliminates operator error with automatic selection of mark sequence and verification of mark
  • Two handed clamping sequence for operator protection
For further information please visit us at our CONTACT page.
Published on
Picture
การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์
เลขรหัสรถยนต์ (Vehicle Identification Numbers หรือ VIN)  คือการทำอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) วิธีหนึ่ง ที่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อทำรหัสลงบนชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ โครงเพลา และเครื่องยนต์ มานานหลายปี ซึ่ง Pryor ได้นำเสนอระบบการทำเลขรหัสแบบใหม่ด้วยแสงเลเซอร์ (Laser Marking) ที่จะช่วยลดเวลาทำงาน และได้คุณภาพความคมชัดที่ดีกว่า
ระบบแบบใหม่นี้สามารถทำเลขรหัสจำนวน 17 ตัว ที่ความลึก 0.4 mm ภายในเวลา 4 วินาที!
การทำตัวเลขรหัสรถยนต์ด้วยระบบแสงเลเซอร์นี้จะไม่มีการสัมผัสชิ้นงาน ซึ่งจะส่งผลดีกว่าการใช้วิธีแบบดั้งเดิมอย่างระบบขูด (Scribe marking) และระบบตอก (Dot marking) ดังนี้  
1.    มีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อขึ้นรถยนต์รุ่นใหม่ในสายการผลิต หรือเมื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบรถยนต์ เพราะไม่ต้องแก้ไขหรือสร้างระบบจับยึด (fixtures, clamps) ตามรุ่นที่เปลี่ยนหรือตามแบบที่ได้แก้ไข
2.    ไม่มีโอกาสที่ชิ้นส่วนรถยนต์จะเสียหายจากระบบระบบจับยึด (fixtures, clamps)
3.    เสียงเบากว่าระบบอื่น ๆ ในขณะทำงาน
4.    ระบบเดียวใช้ได้กับทุกรุ่น กล่าวคือ เมื่อไม่ต้องสัมผัสหรือยึดเกาะกับชิ้นงาน จึงเหมาะกับสายการผลิตเดียวแต่มีหลากหลายรุ่นคละกัน
5.    สามารถทำตัวเลขรหัสรถยนต์ในพื้นที่จำกัดที่ระบบอื่นเข้าไม่ถึงได้
ด้วยข้อดีดังกล่าวข้างต้น ทั้งด้านความยืดหยุ่นในการทำงาน ความรวดเร็ว และคุณภาพที่ได้ ทำให้ระบบการทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์นี้ เป็นอีกแนวทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องการปรับปรุงระบบการสร้างอัตลักษณ์ ที่ไม่ยึดติดกับระบบแบบดั้งเดิมอย่าง ระบบขูด (Scribe marking) และระบบตอก (Dot marking)
หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการสร้างอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) กรุณาติดต่อ PRYOR MARKING
Published on
Image description
Thai translation of an article written by Paul Trujillo June 2, 2015 Paul Trujillo is a Product Marketing Manager at Informatics specializing in Inventory Warehouse Management and Supply Chain product lines. His nearly 15 years of experience has put him at the forefront of industry technology and developing trends.
ทุกองค์กรธุรกิจล้วนมีวัสดุสิ่งของ มากน้อยตามขนาดขององค์กร วัสดุสิ่งของนั้นรวมถึง วัตถุดิบ สิ่งของที่ต้องใช้ในการผลิต สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งต้องมีการนับและตรวจติดตาม ระบบการจัดการบัญชีสิ่งของที่ดี (inventory management system) ได้เข้ามาช่วยให้แน่ใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรงและเป็นปัจจุบัน

INDEPENDENT VS. DEPENDENT INVENTORY
 สิ่งของที่เป็นอิสระ และไม่เป็นอิสระ
ปกติสิ่งของในคลังสินค้าจะแยกเป็นสองประเภท คือ สิ่งของที่เป็นอิสระและสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ ซึ่งสิ่งของที่เป็นอิสระ คือ สินค้าสำเร็จรูป และสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ คือ ส่วนประกอบของสินค้าสำเร็จรูป ตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่ผลิตเสร็จแล้ว นับเป็นสิ่งของที่เป็นอิสระ ขณะที่ส่วนประกอบของรถยนต์ อย่างเช่น เครื่องยนต์ ล้อ กระจก ฯ นับเป็นสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ  ซึ่งจำนวนสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นกับจำนวนความต้องการสินค้าสำเร็จรูป

TYPES OF INVENTORY SYSTEMS
รูปแบบของระบบบัญชีสิ่งของ
ระบบบัญชีสิ่งของที่นิยมมีสองรูปแบบคือ continuous review และ periodic review systems
·         Continuous Review System ระบบตรวจติดตามต่อเนื่อง
ระบบนี้จะสั่งของแต่ละรายการในจำนวนที่คงเดิมเสมอ แต่ความถี่ในการสั่งของจะไม่ตายตัว เพราะจะสั่งซื้อเมื่อสิ่งของลดลงถึงระดับที่ได้กำหนดไว้
·         Periodic Review System ระบบตรวจติดตามเป็นระยะ
ระบบนี้จะสั่งของตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจำนวนที่สั่งในแต่ละรายการจะไม่ตายตัว โดยคำนวณจากปริมาณสิ่งของที่เหลืออยู่ของแต่ละรายการเมื่อถึงรอบสั่งซื้อ และระบบนี้จะไม่กำหนดว่าสิ่งของลดลงถึงระดับจำนวนเท่าใดจึงต้องสั่งซื้อ

Picture
INVENTORY MANAGEMENT AND CONTROL OPTIONS
การจัดการบัญชีสิ่งของและวีธีการควบคุม
เป้าหมายของการจัดการบัญชีสิ่งของ คือให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้สินค้าตามที่ต้องการเมื่อต้องการ ไม่เกิดของขาดสต็อก หรือของเกินสต็อก ซึ่งมีวิธีอยู่สองแบบในการจัดการบัญชีสิ่งของ
·         Manual Systems ระบบบันทึกด้วยมือ
เป็นวิธีพื้นฐานและง่ายที่จะใช้  ระบบนี้จะใช้ได้ดีหากมีรายการสิ่งของไม่มาก และจำนวนของแต่ละรายการน้อย  โดยพนักงานจะเดินตรวจนับสิ่งของและคำนวณจำนวนที่ต้องสั่งจากของที่เหลืออยู่ที่นับได้ ปัญหาของระบบนี้ คือ งานที่ต้องทำมีมาก และโอกาสผิดพลาดสูง ที่อาจนำไปสู่ของขาดหรือของเกินสต็อกได้ เช่น หากพนักงานลืมปรับยอดเป็นปัจจุบัน จึงไม่ได้ทำการสั่งของจนทำให้ของขาดสต็อกได้ เป็นต้น  
·         Barcode Systems ระบบบาร์โค้ด
เพื่อให้การจัดการบัญชีสิ่งของเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลหลาย ๆ อย่างจำเป็นจะต้องมีการตรวจติดตาม อย่างเช่น ผู้ขาย ราคา ตำแหน่งที่เก็บในคลังสินค้า เป็นต้น โดยระบบจัดการบัญชีสิ่งของด้วยบาร์โค้ดจะตรวจติดตามและบันทึกทุกรายละเอียดที่จำเป็น ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดของการบันทึกข้อมูลด้วยมือ จึงได้ข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรงและเป็นปัจจุบัน
​

​MANAGEMENT MAINTAINS CONTROL
การจัดการบัญชีสิ่งของคงไว้ซึ่งการควบคุม
องค์กรธุรกิจต้องรู้ว่าสิ่งของแต่ละรายการอยู่ที่ไหน หากสิ่งของไม่ได้รับการติดตามและควบคุม นั้นแสดงว่าระบบจัดการบัญชีสิ่งของที่ใช้อยู่ล้มเหลว โดยมีสิ่งบ่งชี้ว่าองค์กรนั้น ๆ กำลังสูญเสียระบบจัดการควบคุมสิ่งของ ดังนี้
1.       หน้าที่ด้านการจัดการควบคุมบัญชีสิ่งของไม่สามารถให้คนอื่นทำแทนได้
2.       รูปแบบวิธีการไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น แผนกหนึ่งใช้รูปแบบหนึ่ง อีกแผนกใช้รูปแบบที่ต่างกัน
3.       ระบบไม่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ไม่บันทึกอย่างต่อเนื่อง
4.       พนักงานเบิกสิ่งของที่มีการจองแล้ว
5.       พนักงานคลังสินค้าไม่ได้รับอนุญาตให้เบิกของหรือเก็บของได้เอง
6.       เอกสารบัญชีสิ่งของไม่มีความสอดคล้อง ไม่ถูกต้อง
 การเข้าใจระบบจัดการบัญชีสิ่งของอย่างละเอียด คือ ก้าวแรกของการควบคุมสิ่งของที่บริษัทต้องเข้าใจ ซึ่งก้าวต่อไป คือ การมีระบบควบคุมจัดการบัญชีสิ่งของที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะควบคุมสิ่งของหากไม่มีระบบจัดการที่ดี
การขาดการควบคุมย่อมส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการ เพราะสิ่งของที่มากเกินจำเป็นหมายถึงเงินที่จ่ายโดยไม่ก่อประโยชน์ หรือการเสียโอกาสในการขายและอาจเสียลูกค้าเมื่อของไม่มีอยู่ในสต็อกในเวลาที่ลูกค้าต้องการ แต่พึงระลึกว่าการเก็บสิ่งของแต่ละรายการในคลังสินค้านั้นย่อมมีค่าดำเนินการ จึงจำเป็นต้องหาจุดที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งโปรแกรมจัดการบัญชีสิ่งของจะเข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้
หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการบัญชีสิ่งของที่มีประสิทธิภาพ กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
Published on
Picture
Article by Paul Trujillo

Paul Trujillo is a Product Marketing Manager at Informatics specializing in Inventory Warehouse Management and Supply Chain product lines. His nearly 15 years of experience has put him at the forefront of industry technology and developing trends.ere to edit.

Tool Crib Organization Tactics To Help Your Business Succeed

Being able to find your tools efficiently is crucial for your business to thrive.
Using the right tool for the job is a wise adage. If you want to use the tool you have to be able to find it efficiently. When it comes to a tool belt or tool box this isn’t hard. For companies and manufacturers that need enough tools to fill a room or more, keeping track of tools and being able to access them efficiently can become critical to your bottom line and your organization’s overall success.

Tool crib management is the science and art of organizing your tools. Some large organizations have dedicated tool crib managers. In many small or midsize businesses the owner or inventory manager will have to fill this role. Even for the most organized individual, it can be a challenge to keep a tool crib operating at top efficiency.

The Importance of Tool Crib Management
Not all tool cribs are created equal. From a firehouse to a manufacturer to a mom and pop repair shop, tool cribs are as varied as the industries that need them. “I’ve seen countless cribs over the past 35 years and I still see different arrangements all the time,” Roy Taylor, a district sales manager for astorage equipment manufacturer, told MRO Today. “It’s amazing how diverse they can be.”

Bottom line, you have to know what you have, where it’s going and where it’s been.

Despite the diversity, all tool cribs still fulfil the same basic function. “Bottom line, you have to know what you have, where it’s going and where it’s been,” explained Jim Wilson to MRO Today. Wilson is a parts and equipment manager who runs a 44,000 square foot facility for Team Green, an auto racing outfit that’s claimed Indianapolis 500 and Indy circuit points titles over the past four years. He understands the importance of tool crib management for his winning team.

Having What You Need When You Need It

The most important thing your tool crib does is make sure you have your tools when you need them. The importance of this can’t be underestimated.

For fire fighters having the right equipment can be a matter of public safety and saving lives. Jamie Pugh, liaison officer for
Lipscomb Fire & Rescue, told Wasp Barcode, “Since we’re 100% volunteer, it is important for us to be efficient. And for safety purposes, it’s vital our equipment tracking be very accurate. If our tracking isn’t accurate, we aren’t able to provide the public safety services we are committed to provide.”

Preventing Accidental Loss and Theft
Tool cribs are also critical to preventing accidental losses and intentional thefts. When you have expensive tools spread around your company the opportunity for theft will increase and the likelihood of someone just leaving an item out is much higher.
As Paladin Private Security began to grow it also saw a rise in minor theft of assets, as well as, inadvertent losses. Losses included several laptops, valued at over $2,000 each, a Taser weapon, and fuel cards used for filling patrol cars with gas. The lack of a reliable tracking system resulted in countless hours of investigative expense to resolve each of these issues.

“Once we knew an asset was missing, we spent even more time trying to figure out who had it last,” Matt Carroll, a vice president and co-founder for Paladin, explained to Wasp Barcode. “We wasted hours literally chasing our tails looking for missing items. In today’s environment, we could hardly afford to lose high-dollar items such as laptops anymore.”
Picture
Principles of Good Tool Crib Management
Each company will approach the physical organization of its tool crib differently based on what they need and what they have. There are common principles for “good” tool crib management that apply to all.
Dedicated Tool Crib Manager
You need to have to have an individual or small team that is in charge of managing your tool crib. It doesn’t have to be their only job, though for many organizations it should be.

Effective Organization System
Alphabetical, numerical, function, color, size, etc. it doesn’t matter what it is, if you want an organized tool crib you need a system. Find something that works for your company, if the same tools are used for the same jobs it might make sense to organize them by job. With a large variety of items, an alphabetical system can often work well. Whatever it is, find a system, implement it, and stick to it.

Regularly Update Your Tool Crib Database
It may seem natural to keep your asset information in a basic Excel spreadsheet or even worse a pen and paper system, but if you do you are asking for trouble. Barcode labels make it easy to automatically log information with a scan and eliminate the potential for human data entry error.

Check-in and Check-out Policy
Any tool crib needs a check in and check out policy so they can account for where tools are and who used them last. Using a simple paper check out sheet may seem appealing but it won’t work for long and is easy to cheat. Electronic systems are usually the best. Barcodes can make check in and check out a breeze.

Secure Location
Tool cribs need to keep your tools safe. No one likes to think about their employees stealing from them, but it happens. One of the leading contributors to fraud and theft is opportunity – in this case access to the tools. Keep your tools organized in a secure location that is only accessible to the tool crib managers and select management. This way you reduce the risk of theft by employees or outsiders.

Quick Tips for Effective Tool Crib Management
  • Keep your tool crib protected and locked – this shouldn’t be an area open to all, having a dedicated person will help reduce theft and misplaced items.
  • Use visual communication tools, like barcode based inventory or asset tracking systems, to organize and easily track of tools.
  • Always update your database – every day, every hour, every time an item is checked out or in – you should always be updating your database with the latest information.
  • Regularly conduct inventory – this doesn’t need to be every day (though that isn’t a bad idea) but make sure you have a regular schedule for inventorying your tool crib. The occasional random inventory is also a good idea.
Know your trade, know your tools, and know where your tools are. That’s good business advice and good business practice.